การใช โปรแกรมส าเร จร ปเพ อการพยากรณ



Similar documents
บทท 3 การต ดต งโปรแกรม Add Ins เพ อการว เคราะห ข อม ล. การต ดต งโปรแกรม Add Ins เพ อการว เคราะห ข อม ล ส าหร บ Excel 2007

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

การตรวจสอบการต ดต งโปรแกรมสแกนเอกสารและการด ภาพสแกน ค ม อทางด านเทคน ค

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

Pivot Table และ Pivot Chart... 1 ต วอย างท ข นตอนการสร าง Pivot Table และ Pivot Chart... 6 ต วอย างท

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

ค ม อการใช งานเว บไซต สาเร จร ป. FreeWebFree.com

ใช Excel ต ดเกรด ง ายน ดเด ยว

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

ค ม อการใช งาน BLS iexcel

การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท

การจ ดการระบบต ดต อเราโดย Web Admin สามารถแบ งออกเป น 6 ห วข อ ด งน

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

How To Use Powerpoint And Powerpoint 2.2 On A Computer Or Tablet

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

การใช ระบบบ ญช ค มเคร องคอมพ วเตอร และอ ปกรณ

ความร เก ยวก บโปรแกรม Microsoft Excel 2007

เป นเมน ท ใช ในการจ ดการภาพเอกกสาร โดยม รายละเอ ยดด งน

User Manual Editor Tool Proposal V1.0

การจ ดและตกแต งข อความ

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

ค ม อการใช งาน การใช งานโปรแกรมท าเน ยบส วนราชการ CONTROL MENU INFORMATION PORT

เอกสารประกอบการเร ยน เร อง คอมพ วเตอร น าร

บทท 1 การใช งาน Microsoft Excel 2007 เบ องต น

ค ม อการใช งาน ส าหร บ ใช งานระบบ (จ งหว ด/ศ นย /กล ม) โครงการพ ฒนาระบบงานบร หารและจ ดการโครงการ กรมส งเสร มสหกรณ บร ษ ท บ ซโพเทนเช ยล จ าก ด

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

เร อง การออกแบบงานนาเสนอ และ เทคน คการจ ดการภาพน ง

การน าค าพ ก ด XY มาสร างข อม ล Point และ Polygon ด วยโปรแกรม ArcGIS 9.2

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

การสร าง point จากพ ก ด ละต จ ด ลองจ จ ด

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

MICROSOFT EXCEL 2007 การใช โปรแกรมค านวณ ด วย MICROSOFT EXCEL 2007 คร อ มาพร บร ร กษ

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

งานสถ ต และรายงาน. (Statistic & Reporting Module) ค ม อการใช งานระบบห องสม ดอ ตโนม ต สพฐ. เวอร ช น 3 1

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

ร ปท หน าจอ การค นหาการจ ดสรรอาคารบ านพ ก

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

MICROSOFT ACCESS 2010 INTERMEDIATE

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

ค ม อ กระทรวงศ กษาธ การ สาน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

งานอาช พ 2. อธ บายส วนประกอบของหน าต างโปรแกรม ในหน วยท 4 โครงสร างของเน อการ ค นคว า และการม ส วนร วมใน (5 ส ปดาห )

เอกสารค ม อการใช ระบบงาน เวอร ช น โครงการพ ฒนาระบบคอมพ วเตอร และระบบฐานข อม ล

ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบฐานข อม ล อปพร.. ( ระด บกรม ด บกรม)) กรมป องก นและบรรเทาสาธารณภ ย กระทรวงมหาดไทย

ล าด บการสร างไฟล ประมวลผล

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

ใบความร เร อง ฟ งก ช นพ นฐาน

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

การท างานเก ยวก บ Paragraph

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

ระบบสารบรรณอ เล กทรอน กส

ท มา สถาบ น กศน. ภาคกลาง

การสร างจดหมายเว ยนด วย Microsoft Word 2007

สาหร บผ ด แลข อม ลบ คลากรของกรม

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

ใบความร ท 10 หน วยการเร ยนร สร างสรรค ตารางสวย รายว ชา คอมพ วเตอร 3 เร องการสร างฐานข อม ลเบ องต น เร อง การใช งานม มมองแผ นข อม ลตาราง

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

มหาว ทยาล ยราชภ ฏกาแพงเพชร. ค ม อการใช ระบบบร หารงานบ คคล แบบอ เล กทรอน กส (E-Personal) สาหร บงานธ รการ กองกลาง ส าน กงานอธ การบด

ค ม อว ธ การต งค าเคร องถ ายเอกสาร ให ใช งานฟ งก ช น Scan และว ธ ต ดต งโปรแกรมท ใช ในการ Scan

ง14201 คอมพ วเตอร รายว ชาเพ มเต ม กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 4 เวลา 80 ช วโมง

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

การแปลค าพ ก ดจากลองจ จ ดละต จ ดท เป น องศา ล ปดา ฟ ล ปดา ให เป นทศน ยม

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

U S E R T R A I N I N G. A C C O U N T I N G W E B R e d e s ig n

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

การสร างเกมส อย างง าย

ค ม อ โปรแกรมระบบบร หารส นทร พย

ค ม อการต ดต งโปรแกรม

การออกจากโปรแกรมฝ กพ มพ (Microsoft word)

เอกสารประกอบการเร ยนรายว ชาเพ มเต ม

โปรแกรมบร หารจ ดการอพาร ทเม นท

Nature4thai Application

ว ธ การเข าใช งาน. ภาพท 1 หน าจอ Login

มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online)

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

5. ระบบ MMS MMS สามารถ - สามารถจ ดเก บข อม ลด จ ตอลได หลายร ปแบบ โดยท าการก าหนดชน ดไฟล ในการน าเข าและ แสดงผลได

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

ว ตถ ประสงค : 1. เพ อให น ส ตสามารถใช งานโปรแกรมไมโครซอฟท PowerPoint 2007 ได ในระด บเบ องต น 2. สามารถใช เคร องม อและล กษณะพ เศษในการสร างนาเสนอได

Transcription:

การใช โปรแกรมส าเร จร ปเพ อการพยากรณ สารบ ญ โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 1 หน า การใช Excel ในงานด านสถ ต 3 การเพ ม Add-In ของ MS Office 2007 11 การหาค าสถ ต เช งพรรณนา โดย Excel 13 การใช Excel ในการพยากรณ 16 การพยากรณ แบบ Simple Moving Average 16 การพยากรณ แบบ Exponential Smoothing 19 การพยากรณ ด วย Regression Line 22

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 2 การพยากรณ สามารถ ช วยใน ด านการปร บปร งประส ทธ ภาพของระบบ งาน ซ ง อาจกล าวได ว าการ พยากรณ เช งปร มาณเป นเคร องม อทางด านสถ ต เพ อการทางานด านว ศวกรรม โดยเฉพาะการใช การพยากรณ เพ อ การวางแผนการผล ต ซ งในท น จะกล าวถ งการใช โปรแกรมสาเร จร ป Microsoft Excel เพ อการพยากรณ การใช Excel ในงานด านสถ ต เป นการหาค าทางสถ ต ข นพ นฐานของว ชาสถ ต โดยท วในใน Excel สามารถทาได ง ายโดยการใช คาส ง หร อข อม ลเพ ยงไม ก อย างด งรายละเอ ยดจะแสดงให เห นด งต อไปน ร ปท 1 แสดงข อม ลด บของคะแนนรายว ชาของน กศ กษา จากร ปท 1 ให น กศ กษาหาค า เฉล ย ค ามากท ส ด ค าน อยท ส ด ค าความแปรปรวน ค าส วนเบ ยงเบน มาตรฐาน ของข อม ลน น 1 n ค าเฉล ยตามส ตรทางสถ ต ค อ x การใช Excel ในการหาค าเฉล ยสามารถทาได ง ายโดยข นตอนด งต อไปน i x i

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 3 ร ป 2 1) นา Cursor ไปไว ท เซลล ท ต องการจะวางค าเฉล ยไว ในท น สมมต ให ไปเซลล D22 ตามท แสดงใน ร ปท 2 แสดงข นตอนท 1 ของว ธ การหาค าเฉล ย

2) ไปท เมน บาร แทรก แล วไปท ฟ งก ช น ตามท แสดงไว ในร ป 3 โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 4 ร ปท 3 แสดงข นตอนท 2 ของว ธ การหาค าเฉล ย

3) หล งจากคล ก ท ฟ งก ช นแล วจะปรากฏกล องโต ตอบข น ตามภาพท 4 โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 5 ร ปท 4 แสดงข นตอนท 3 ของว ธ การหาค าเฉล ย 4) เล อกประเภทของ ฟ งก ช นท จะใช เป น ทางสถ ต เพ อเข าไปใช Function ทางสถ ต ด งปรากฏในร ป 5 ร ปท 5 แสดงข นตอนท 4 ของว ธ การหาค าเฉล ย

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 6 5) เล อกฟ งก ช น AVERAGE เพ อหาค าเฉล ย การเล อกฟ งก ช น AVERAGE สามารถทาได โดยการคล ก ท ฟ งก ช น AVERAGE แล วคล กป ม ตกลง หร อ การด บเบ ลคล ก ท ฟ งก ช น AVERAGE ด งแสดงในร ป 6 ร ปท 6 แสดงข นตอนท 5 ของว ธ การหาค าเฉล ย 6) หล งจากเล อกฟ งก ช น AVERAGE แล วจะปรากฏหน าต างโต ตอบด งปรากฏในร ป 7 ร ปท 7 แสดงข นตอนท 6 ของว ธ การหาค าเฉล ย Number 1 ให กรอกช วงของเซลล ท จะทาการหาค าเฉล ย เช น ตามต วอย างเซลล ท จะหาค าเฉล ยค อเซลล หมายเลข D3 ถ ง เซลล หมายเลข D20 คาว าถ งใน Excel ใช เคร องหมาย : เป นต วแทน หล งจากเล อกค าขอบเขต หร อช วงของข อม ลแล วโปรแกรมจะทางานอ ตโนม ต โดยการนาค าเฉล ยท ได ไปวางไว ในเซลล ท ระบ ไว ก อน

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 7 หน าน (ในข นตอนท 1) แต ในกล องโต ตอบจะแสดงผลการคานวณให ทราบด วยซ งจะอย ด านล างของกล อง โต ตอบ ท ปรากฏคาว า ผลล พธ จากส ตร ในท น ผลล พธ ม ค า 61.677777778 ตามร ปท 8 คาตอบ ร ปท 8 แสดงผลการคานวณค าเฉล ยจากการใช Excel การใช Excel ในการหาส งส ดสามารถทาได ง ายโดยข นตอนด งต อไปน Y max( X i ) 1) ดาเน นตามข นตอน 1-3 เหม อนก บการหาค าเฉล ย 2) ดาเน นการตามข นตอนท 2 น แทนข นตอนท 4 ของการหาค าเฉล ย แทนท จะเล อก AVERAGE ให น กศ กษาเล อก MAX แล วจะปรากฏแถบให เล อกช วงของข อม ลอาจจะทาได โดยการพ มพ D3:D20 หร อจะใช การลากเมาส ค างจากเซลล D3 ถ ง เซลล D20 จากน นค าของข อม ลจะไปปรากฏในเซลล ท เล อกไว ในท น ค อ D23

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 8 ร ปท 9 แสดงผลการคานวณค าส งส ดจากการใช Excel การใช Excel ในการหาต าท ส ดสามารถทาได ง ายโดยข นตอนเด ยวก บการหาค าส งส ดแต แทนท จะเล อก MAX ให เล อก MIN แทน Y min( X i ) การใช Excel ในการหา ค าความแปรปรวน สามารถทาได ง ายโดยข นตอนเด ยวก บการหาค าส งส ดแต แทนท จะเล อก MAX ให เล อก VAR แทน ตามโจทย ท ถามจะได คาตอบด งแสดงได ด งร ปท 10

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 9 ร ปท 10 แสดงผลการคานวณค าความแปรปรวนจากการใช Excel นอกจากน การคานวณคณ ตศาสตร พ นฐาน เช น การบวก ลบ ค ณ และหาร ให ปฏ บ ต ด งน 1) นา Cursor ไปไว ท ช องท ต องการ 1 ร ปท 11 ว ธ การเร มคานวณคณ ตศาสตร พ นฐานโดยใช Excel

2) หาผลรวม จากฟ งก ช นท ม อย แล ว เล อกช วงข อม ลท ต องการหา แล วจ ง Enter โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 10 1 2 ร ปท 12 การใช ฟ งก ช นของ Excelในการคานวณคณ ตศาสตร พ นฐาน 3) เข ยนส ตรคานวณ ให นา Cursor ไปไว ท ช องท ต องการ แล วจ งนาไปท ช อง fx เข ยนส ตร แล ว Enter ร ปท 13 การเข ยนส ตรเพ อให Excelคานวณคณ ตศาสตร พ นฐาน นอกจากการคานวณทางคณ ตศาสตร พ นฐานแล ว Excel ย งสามารถช วยหาค า descriptive statistics หร อ สถ ต เช งพรรณนา และการว เคราะห ทางว ศวกรรม ได ด วยการใช เมน เคร องม อ หร อ ข อม ล > data analysis ถ า หากไม ม data analysis ต องทาการ add-in ตามข นตอนในห วข อต อไป

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 11 การเพ ม Add-In ของ MS Office 2007 ถ าจาเป นต องดาเน นการว เคราะห ทางสถ ต หร อว ศวกรรมท ซ บซ อน สามารถประหย ดข นตอนและเวลา ได โดยใช Analysis ToolPak โดย Analysis ToolPak ประกอบด วยเคร องม อ ต าง ๆ เช น Anova, Correlation, Covariance, Descriptive Statistics, Exponential Smoothing, F-Test Two-Sample for Variances, Fourier Analysis, Histogram, Moving Average, Random Number Generation, Rank and Percentile, Regression, Sampling, t-test, และ z-test เม อต องการเข าถ งเคร องม อเหล าน ให คล ก Data Analysis ในกล มว เคราะห บนแท บข อม ล ถ าคาส ง Data Analysis ไม พร อมให ใช งาน จาเป นต องโหลดโปรแกรม Add-in ของ Analysis ToolPak ซ งโปรแกรม Add-In เป นโปรแกรมเสร มท ทาง Microsoft สร างข นมาเพ อเพ มคาส ง และความสามารถให ก บโปรแกรม ซ ง โดยปกต จะไม ได ถ ก Install เข ามาพร อมก บตอนท ทาการต ดต งโปรแกรม จะต องทาการต ดต งเพ มเต มใน ภายหล ง ในท น จะแสดงว ธ การเพ ม Add-In ของโปรแกรม MS Excel 2007 การโหลด Analysis ToolPak 1. คล ก ป ม Microsoft Office จากน นคล ก ต วเล อกของ Excel 2. คล ก Add-in แล วในกล อง ผสาน ให เล อก Add-in ของ Excel 3. คล ก ไปในกล อง Add-in ท ม อย ให เล อกกล องกาเคร องหมาย Analysis ToolPak แล วคล ก ตกลง 4. ถ า Analysis ToolPak ไม อย ในกล อง Add-in ท ม อย ให คล ก เร ยกด เพ อระบ ตาแหน ง Analysis ToolPak 5. ถ าได ร บการเต อนว าย งไม ได ต ดต ง Analysis ToolPak ลงในเคร องคอมพ วเตอร ให คล ก ใช เพ อ ต ดต ง Analysis ToolPak 6. ฟ งก ช นการว เคราะห ข อม ลสามารถนามาใช บนแผ นงานเพ ยงหน งแผ นในแต ละคร ง เม อทาการ ว เคราะห ข อม ลก บแผ นงานท จ ดกล ม ผลล พธ จะปรากฏท แผ นงานแรก และตารางท จ ดร ปแบบว างจะปรากฏบน แผ นงานท เหล อ เม อต องการว เคราะห ข อม ลในแผ นงานส วนท เหล อ ให ใช เคร องม อว เคราะห คานวณแผ นงาน แต ละแผ นใหม อ กคร ง

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 12 1 3 2 5 6 4 ร ปท 14 แสดงเมน ของการ add-in ฟ งก ช นพ เศษ จากน น ทาการ Click ท ช องว างตามห วข อท ต องการ add ในท น น จะ add Analysis ToolPak แล วเคร อง จะทาการ ต ดต งให โดยอ ตโนม ต ก จะสามารถใช เมน data analysis ได

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 13 การหาค าสถ ต เช งพรรณนา โดย Excel 1. เล อก เมน เคร องม อ หร อ ข อม ล > data analysis จะปรากฏแถบเคร องม อด งร ป 15 ร ปท 15 แสดงข นตอนท 1 ของการใช data analysis หา descriptive statistic 2. จากน นเล อกแถบ descriptive statistics แล ว Click OK จะปรากฏแถบเคร องม อด งร ป 16 ร ปท 16 แสดงข นตอนท 2 ของการใช data analysis หา descriptive statistic

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 14 3. Input range หมายถ งค าของข อม ลด บท ต องการหาค า descriptive statistics ซ งสามารถระบ ได ด วย การลากเมาส ค างจาก ช อง D3 ถ ง D20 4. Output range หมายถ งช วงของเซลล ท ต องการให ผลของการคานวณไปปรากฏ จะม สามช องให เล อก Output range ผลล พธ จะแสดงใน work sheet เด ยวก นตามเซลล ท ระบ ไว New Worksheet Ply ผลล พธ จะ สร าง worksheet ใหม และจะไปปรากฏในน นตามเซลล ท ระบ และ New workbook ผลล พธ จะไปปรากฏใน workbook ใหม หร อ file ใหม 5. คล กข อม ลท อยากทราบใน descriptive statistics โดยค าต าง ๆ ท จะแสดงม ด งต อไปน Mean ค าเฉล ยของกล มต วอย าง Standard error S SE n Median ส งกล บค าม ธยฐานหร อจานวนท อย ตรงกลางของช ดจานวนท ระบ น นหมายถ ง จานวน คร งหน งม ค ามากกว าค าม ธยฐาน และอ กคร งหน งของจานวนม ค าน อยกว าค าม ธยฐาน Mode ส งกล บค าฐานน ยม (ค าเก ดข น หร อทาซ าบ อยท ส ด) ในอาร เรย หร อช วงของข อม ล ฟ งก ช น MODE เป นการว ดตาแหน งเช นเด ยวก บ MEDIAN Sample Variance ประมาณค าความแปรปรวนจากค าต วอย าง Kutosis ส งกล บค าเคอร โทซ ส (kurtosis) ของช ดข อม ล เคอร โทซ สจะให ล กษณะความส งหร อ ความกว างของการแจกแจงท สอดคล องเม อเปร ยบเท ยบก บการแจกแจงธรรมดา โดย เคอร โทซ สเช งบวกระบ ถ งการแจกแจงแนวส งท สอดคล อง และเคอร โทซ สเช งลบจะ ระบ ถ งการแจกแจงแนวกว างท สอดคล อง Skewness ส งกล บค าความเบ ของการแจกแจง ความเบ แสดงล กษณะระด บของความไม สมมาตร ของการแจกแจงรอบ ๆ ค าเฉล ย ความเบ เช งบวกแสดงถ งการแจกแจงท ม ด านไม สมมาตรท ขยายไปทางค าท เป นบวกมากข น ความเบ เช งลบแสดงถ งการแจกแจงท ม ด านไม สมมาตรท ขยายไปทางค าท เป นลบมากข น Range ความห างของค าตาส ดและส งส ดของข อม ลหน งช ด

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 15 Mean ค าเฉล ยของกล มต วอย าง Minimum ส งกล บต วเลขน อยส ดในช ดของค าท ระบ Maximum ส งกล บต วเลขมากส ดในช ดของค าท ระบ Sum ส งกล บค าผลรวมในช ดข อม ลท ระบ Count น บจานวนของเซลล ท ม ต วเลข รวมท งต วเลขท อย ภายในรายการอาร ก วเมนต ด วย ให ใช ฟ งก ช น COUNT เพ อน บจานวนรายการข อม ลในเขตข อม ลต วเลขท ม ค าอย ในช วงหร อ อาร เรย ของต วเลขท ระบ นอกจากน ย งสามารถใช แถบเคร องม อเพ อการคานวณต าง ๆ ได ตามร ป 17 ร ปท 17 แสดงแถบเคร องม อช วยในการคานวณ กรณ ท ใช เมน เคร องม อ > Data analysis>descriptive statistics จะได ผลด งภาพ 18

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 16 การใช Excel ในการพยากรณ ร ปท 18 แสดงผลการหา descriptive statistic ด วย ฟ งก ช น data analysis 1. การพยากรณ แบบ Simple Moving Average ลาด บข นการพยากรณ ด วย Excel 1) กรอกข อม ล ลงในตาราง Excel ด งปรากฏในร ป 19

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 17 ร ปท 19 แสดงข นตอนท 1 ของการพยากรณ ด วยว ธ moving average 2) เล อก เมน เคร องม อ > Data Analysis > Moving Average ด งร ป 20 ร ปท 20 แสดงข นตอนท 2 ของการพยากรณ ด วยว ธ moving average 3) กดป ม OK เพ อดาเน นการต อ หล งจากน นจะปรากฏแถบเคร องม อด งร ป 21

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 18 ร ปท 21 แสดงข นตอนท 3 ของการพยากรณ ด วยว ธ moving average 4) กรอกข อม ล ลงในช องว าง Input Range หมายถ งช วงของข อม ลในอด ตท ใช เป นข อม ลเพ อ พยากรณ ในห วงเวลาต อไป ตามต วอย างจะกรอกช วงข อม ลอย ในช วงข อม ล D2 ถ ง D21 และใช ค า N หร อค า คาบเวลาในการเฉล ยเท าก บ 4 (interval) และค า Output range ต งแต ค า E2 ถ ง E22 จะได ค าเฉล ย 4 ช วงเวลาด ง ปรากฏในร ป 22 ร ปท 22 แสดงข นตอนท 4 ของการพยากรณ ด วยว ธ moving average

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 19 5) ค าพยากรณ ค อ ค าเฉล ยใน 1 คาบเวลาก อนหน าคาบเวลาท จะทาการพยากรณ เช น ถ า t =5 ค า พยากรณ จะเท าก บค าเฉล ยเม อ t=4 ทาเช นเด ยวก นจะได ค าพยากรณ ท งหมดด งปรากฏในร ป 23 ร ปท 23 แสดงข นตอนท 5 ของการพยากรณ ด วยว ธ moving average 2. การพยากรณ แบบ Exponential Smoothing 1) กรอกข อม ล ลงในตาราง Excel ด งปรากฏในร ป 24

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 20 ร ปท 24 แสดงข นตอนท 1 ของการพยากรณ ด วยว ธ Exponential smoothing 2) เล อก เมน เคร องม อ > Data Analysis > Exponential smoothing ด งปรากฏตามร ป 25 ร ปท 25 แสดงข นตอนท 2 ของการพยากรณ ด วยว ธ Exponential smoothing

3) กดป ม OK เพ อดาเน นการต อ หล งจากน นจะปรากฏ ด งร ป 26 โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 21 ร ปท 26 แสดงข นตอนท 3 ของการพยากรณ ด วยว ธ Exponential smoothing 4) กรอกข อม ล ลงในช องว าง Input Range หมายถ งช วงของข อม ลในอด ตท ใช เป นข อม ลเพ อ พยากรณ ในห วงเวลาต อไป ตามต วอย างจะกรอกช วงข อม ลอย ในช วงข อม ล B2 ถ ง B12 และใช ค า Damping Factor ซ งม ค าเท าก บ 1- ในส ตร Ft Dt 1 ( 1 ) Ft 1 ในท น จะใช ค า =0.2 หร อ ค า Damping Factor เท าก บ 0.8 และค า Output range ต งแต ค า C2 ถ ง C12 และได ผลตามร ป 27 ร ปท 27 แสดงข นตอนท 4 ของการพยากรณ ด วยว ธ Exponential smoothing

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 22 3. การพยากรณ ด วย Regression Line 1) กรอกข อม ล ลงในตาราง Excel ด งปรากฏในร ป 28 ร ปท 28 แสดงข นตอนท 1 ของการพยากรณ ด วยว ธ Regression 2) เล อก เมน เคร องม อ > Data Analysis > Regression ด งปรากฏตาม ร ป 29 ร ปท 29 แสดงข นตอนท 2 ของการพยากรณ ด วยว ธ Regression

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 23 3) กดป ม OK เพ อดาเน นการต อ หล งจากน นจะปรากฏแถบเคร องม อด งร ป 30 ร ปท 30 แสดงข นตอนท 3 ของการพยากรณ ด วยว ธ Regression 4) กรอกข อม ล ลงในช องว าง Input Y Range หมายถ งช วงของข อม ลในอด ตท ใช เป นข อม ลเพ อ พยากรณ ในห วงเวลาต อไป ตามต วอย างจะกรอกช วงข อม ลอย ในช วงข อม ล B2 ถ ง B12 และ Input X Range หมายถ งช วงของข อม ลในอด ตท ใช เป นข อม ลอ างอ งในพยากรณ ในห วงเวลาต อไป ตามต วอย างจะกรอกช วง ข อม ลอย ในช วงข อม ล A2 ถ ง A12 ส วน output จะกรอกข อม ลเพ ยงช องเด ยวเท าน น ส วน residuals และกราฟ จะเป นข อม ลทางสถ ต ท ต องการร หล งจาก กดป ม OK แล ว จะได ผลด งร ป 31

โปรแกรมสาเร จร ปเพ อการพยากรณ -- 24 Multiple R = ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ R Square = ค าส มประส ทธ การก าหนด Intercept = a X variable = b ร ปท 31 แสดงข นตอนท 4 ของการพยากรณ ด วยว ธ Regression และกราฟท แสดง สามารถแสดงได จากร ป 32 ร ปท 32 แสดงกราฟท ได จากผลในข นตอนท 4 ของการ Excel ในการพยากรณ